เลือกไม่ถูก…ควรเริ่มจากตรงไหน?! เรื่องดราม่ายาคุมกำเนิดที่สาวๆ ต้องเจอ ‘การเลือกยาคุมกำเนิด’ นั่นเอง โดยยาคุมมักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ไม่ใช่แค่ใช้เพื่อคุมกำเนิด เพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ยาคุมกำเนิดบางชนิดยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย
และหากเลือกยาคุมได้เหมาะกับตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากเลือกยาคุมได้ไม่เหมาะสม..อาจเสี่ยงปัญหาสุขภาพได้เลยค่ะ
เพื่อให้สาวๆ ได้มั่นใจในการเลือกยาคุมมากขึ้น และเหมาะกับตัวเอง ซิสขอแนะนำวิธีเลือกยาคุมกำเนิดให้เหมาะกับตัวเอง 101 กันที่บทความนี้ค่ะ ถ้าอยากรู้แล้ว..มาเริ่มกันเลย!
เลือกยาคุมยังไง?
การเลือกยาคุมกำเนิดให้เหมาะกับตัวสาวๆ อาจต้องตัดสินใจจากปัจจัยหลายอย่าง และปัจจัยที่สำคัญอันดับแรกก็คือเรื่องของสุขภาพ และความเสี่ยงของโรค
เพราะยาคุมกำเนิดไม่ได้ทำเพียงคุมกำเนิด แต่ยังส่งผลทั้งในทางบวก และทางลบ ต่อร่างกายได้อีกด้วยค่ะ และผู้ที่มีความเสี่ยงของโรค หรือมีโรคบางอย่างอยู่แล้ว อาจต้องระมัดระวังในการเลือกยาคุมเป็นพิเศษค่ะ
1.สุขภาพและประวัติทางการแพทย์
ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกยาคุมกำเนิดอย่างปลอดภัยและเหมาะสม:
- อายุ เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกยาคุมกำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35-450 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มเข้าสู่ ‘ใกล้หมดประจำเดือน’ ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อร่างกายมากกว่าเดิมเมื่อกินยาคุมกำเนิดที่ไม่เหมาะสม
- ประวัติการเจ็บป่วยส่วนตัว หรือในครอบครัว เช่น โรคประจำตัว หรือพฤติกรรมที่สร้างความเสี่ยงกับร่างกายที่อาจส่งผลต่อการกินยาคุมกำเนิด โดยโรคหรือภาวะที่มีความเสี่ยงมาก จะเป็นภาวะที่เกี่ยวกับเลือด
โรคประจำตัว หรือประวัติการเกิดโรคในครอบครัว
- ประวัติการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมาชิกครอบครัว
- โรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง
- ไมเกรน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไมเกรนที่มีอาการนำ (Aura)
- ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- โรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) ที่มีอาการทางหลอดเลือด
- โรคตับ (Liver Disease)
- โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD)
- โรคเซลล์เคียว (Sickle Cell Disease)
- โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น จอประสาทตาเสื่อม, ไตเสื่อม, ระบบประสาทเสื่อม
ความเสี่ยงอื่น ๆ
- อายุมากกว่า 35 ปี
- มีภาวะอ้วน
- มีภาวะซึมเศร้า
- สูบบุหรี่
- ตั้งครรภ์
- ให้นมบุตรหรือระยะหลังคลอด
2.รูปแบบการใช้ชีวิตและวินัย
ค่อนข้างเป็นอีกส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกยาคุมกำเนิดให้เหมาะกับตัวเรา เพราะยาคุมกำเนิดมีหลายรูปแบบ มีจำนวนเม็ด และมีวิธีกินไม่เหมือนกัน ซึ่งวิธีการกินยาคุมให้ถูกต้องจะช่วยให้ยาคุมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
- วินัยในการกินยาในเวลาเดิม ทุกวัน หากเป็นคนขี้ลืมบ่อย ๆ อาจไม่เหมาะกับยาคุมบางประเภทที่ต้องกินเวลาเดิมของทุกวัน และไม่ควรเกิน 1-2 ชม.นับจากที่กินเวลาปกติ
แม้ว่ายาคุมบางชนิดอาจมีความยืดหยุ่นในการกินมากกว่ายาคุมกำเนิดที่สามารถกินได้ไม่เกิน 1 วัน อยู่ก็ตาม
ยาคุมกำเนิดแต่แบบ กินยังไง ? อ่านเพิ่มเติมที่นี่! ‘วิธีกินยาคุมกำเนิด ทั้งแบบ 28 เม็ด และ 21 เม็ด’
3.ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่อยากได้จากการกินยาคุม
ยาคุมกำเนิดแต่ละประเภท สามารถช่วยแก้ปัญหาสุขภาพบางจุดของสาว ๆ ได้ เช่น รักษาสิว กินแล้วไม่อ้วน หรือรักษาอาการ PMS/PMDD ไม่เหวี่ยงวีนในวันแดงเดือด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดนั้น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปค่ะ
ประโยชน์ของยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (บางสูตร)
- ลดอาการปวดประจำเดือน ให้ประจำเดือนมาปกติ (ด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน, ฮอร์โมนดรอสไพรีโนน)
- การรักษาสิวและภาวะขนดก
- แก้ปัญหาอาการ PMS และ PMDD
- การรักษามวลกระดูก/เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก
ประโยชน์ของยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว
- ลดอาการปวดประจำเดือน ให้ประจำเดือนมาปกติ (ด้วยฮอร์โมนดรอสไพรีโนน)
ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหรือภาวะผิดปกติ
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- มะเร็งรังไข่
- ถุงน้ำในเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็ง
4.ผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงนี้เกิดจากการกินยาคุมกำเนิดในครั้งแรก เพราะร่างกายมีการปรับตัวตามฮอร์โมนที่ได้รับเข้าไป ซึ่งจะหายได้เองใน 1-2 เดือนแรกค่ะ
- อาจมีเลือดออกช่องคลอดผิดปกติระหว่างหรือในรอบเดือน ซึ่งจะเกิดในช่วง 2-3 เดือนแรก หรือเมื่อลืมกินยา โดยมักเป็นผลข้างเคียงจากยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม
- คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นใช้ยา
- ปวดศีรษะ
- คัดตึงเต้านม หรือเต้านมขยายใหญ่ขึ้น
- อารมณ์เปลี่ยนแปลง อาจมีอาการวิตกกังวล หงุดหงิด หรือซึมเศร้าเล็กน้อย
- น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง บางรายอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการบวมน้ำหรือความอยากอาหารมากขึ้น (สำหรับยาคุมที่มีดรอสไพรีโนนอาจช่วยลดปัญหาการบวมน้ำได้)
ผลข้างเคียงที่ซิสได้บอกไปข้างต้น เป็นเพียงอาการที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อกินยาคุมกำเนิด แต่หากสาว ๆ ยังมีอาการเหล่านี้อยู่ และไม่มีท่าทีจะหายได้ ซิสแนะนำให้หยุดกินยาคุมกำเนิดนั้น และพบแพทย์เลยค่ะ!

เลือกยาคุมตัวไหนดี ?
ยาคุมกำเนิดแต่ละประเภทนอกจากการคุมกำเนิด ก็มีประโยชน์อื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป โดยยาคุมแต่ละแผงจะมีปริมาณ และชนิดของฮอร์โมนไม่เหมือนกัน ซึ่งแบ่งปริมาณได้จากจำนวนเม็ดในแผง หากยาคุมกำเนิดมีจำนวนเม็ดน้อยเท่าใด ก็จะมีปริมาณฮอร์โมนสูงกว่ามาก
จำนวนเม็ดในยาคุมกำเนิด
- ยาคุม 21 เม็ด จะประกอบด้วยเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด
- ยาคุม 28 เม็ด แบบ 21+7 เม็ด จะประกอบด้วยเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด และเม็ดแป้ง 7 เม็ด
- ยาคุม 28 เม็ด แบบ 24+4 เม็ด จะประกอบด้วยเม็ดยาฮอร์โมน 24 เม็ด และเม็ดแป้ง 4 เม็ด
ทำไม ยาคุม 28 เม็ดจำนวนรวมเท่ากันแต่มีเม็ดฮอร์โมนไม่เท่ากัน ? หาคำตอบที่บทความนี้ ! ‘ยาคุม 28 เม็ด มีสองแบบ 24+4 กับ 21+7 แล้วต่างกันยังไง?’
ประเภทยาคุมกำเนิด
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (COCs) ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน หรือฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมนดรอสไพรีโนน หรือฮอร์โมนทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจน
- ยาคุมแผงสีส้ม ยาคุม 21 เม็ด มีฮอร์โมนดรอสไพรีโนน (Drospirenone) เป็นหลัก และมีฮอร์โมน Ethinylestradiol (EE) 30 ไมโครกรัม ช่วยรักษาสิว ไม่ทำให้บวมน้ำ
- ยาคุมแผงสีม่วง ยาคุม 28 เม็ด แบบ 24+4 มีฮอร์โมนดรอสไพรีโนน (Drospirenone) เป็นหลัก และมีฮอร์โมน Ethinylestradiol (EE) 20 ไมโครกรัม ช่วยลดอาการเหวี่ยงวีนก่อนมีประจำเดือน (PMS)
- ยาคุมแผงสีฟ้า ยาคุม 28 เม็ด แบบ 24+4 สูตรฮอร์โมนต่ำที่สุด ที่มีฮอร์โมน Ethinylestradiol (EE) เพียง 15 ไมโครกรัม ช่วยลดปัญหาประจำเดือนมามาก และลดผลข้างเคียงที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น อาเจียน คลื่นไส้ เป็นต้น
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (POP) มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว หรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวบางตัว จะมีฮอร์โมนอื่นๆ รวมอยู่ด้วยเพียงเล็กน้อย
- ยาคุมแผงสีชมพู ยาคุม 28 เม็ด แบบ 24+4 มีฮอร์โมนดรอสไพรีโนน (Drospirenone) เหมาะสำหรับผู้ให้นมบุตร, ผู้หญิงอายุ 35+, ผู้ที่มีภาวะอ้วน, ผู้ที่สูบบุหรี่, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น
วิธีเหล่านี้เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นให้กับสาว ๆ ที่อยากเลือกยาคุมกำเนิดด้วยตัวเองนะคะ หากสาว ๆ รู้สึกไม่มั่นใจ หรือรู้สึกกังวลว่าที่เราเลือกนั้นจะส่งผลกระทบกับร่างกายรึเปล่า… ซิสขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเลือกยาคุมกำเนิด อาจช่วยให้แม่นยำในตัวเลือกและความเหมาะสมมากขึ้นค่ะ
สาว ๆ ที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถปรึกษาได้ที่.. ‘PHARMASIS’ ร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิง ตามร้านขายยาที่อยู่ใกล้บ้านของทุกคนได้เลยค่ะ
ค้นหาร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิงใกล้บ้านได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ คลิก
ที่มาข้อมูล :
Med park hospital : ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth Control Pills)
National cancer Institute : Oral Contraceptives and Cancer Risk
Mayo Clinic : Drospirenone (Oral route)