กินยาคุมฮอร์โมนต่ำมีผลข้างเคียงไหม? ไขสาเหตุเลือดออกกะปริบกะปรอย

กินยาคุมฮอร์โมนต่ำมีผลข้างเคียงไหม? ไขสาเหตุเลือดออกกะปริบกะปรอย

กินยาคุมฮอร์โมนต่ำ มีผลข้างเคียงไหม? 

กินยาคุมฮอร์โมนต่ำ ก็อาจมีผลข้างเคียงค่ะ แต่จะเป็นผลข้างเคียงที่แตกต่างจากยาคุมทั่วไป โดยยาคุมฮอร์โมนต่ำจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว และตัวบวมน้ำที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ดีมาก แต่ผลข้างเคียงที่มักพบแทนคือ “อาการเลือดออกกะปริบกะปรอย” ในช่วง 1-3 แผงแรก เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวกับระดับฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเล็กน้อย ซึ่งอาการนี้ ไม่อันตราย และ ไม่ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลง หากสาว ๆ กินยาคุมอย่างถูกวิธี กินตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอค่ะ


ยาคุมฮอร์โมนต่ำ (Low Dose) คืออะไร? 

สำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกินยาคุม อาจจะสงสัยว่าฮอร์โมนต่ำคืออะไร? ซิสขออธิบายง่ายๆ ว่า ยาคุมฮอร์โมนต่ำคือยาคุมที่มีปริมาณฮอร์โมน Ethinylestradiol (เอทินิลเอสตร้าไดออล) ต่ำกว่า 30 ไมโครกรัมค่ะ (เช่น 20 หรือ 15 ไมโครกรัม)

หลายคนกังวลว่า “ฮอร์โมนน้อยลง แล้วจะคุมกำเนิดได้ไหม?” ซิสขอยืนยันเลยว่า ประสิทธิภาพไม่ได้ต่ำตามฮอร์โมนนะคะ ยาคุมฮอร์โมนต่ำยังคงคุมกำเนิดได้สูงถึง 99% เท่ากับยาคุมปกติเลยค่ะ เพียงแต่เขาออกแบบมาเพื่อสาว ๆ ที่เซนซิทีฟกับฮอน์โมนเอสโตรเจน กินแล้วเวียนหัว หรือกลัวอ้วนบวมน้ำนั่นเองค่ะ


ทำไมกินยาคุมฮอร์โมนต่ำ ช่วงแรกถึงมี “เลือดออกกะปริบกะปรอย”?

สาเหตุหลักที่ทำให้สาว ๆ หลายคนเจออาการมีเลือดออกกะปริบกะปรอย (Spotting) เป็นเพราะหน้าที่ของฮอร์โมน Estrogen (เอสโตรเจน) ในยาคุม คือการช่วยพยุงเยื่อบุโพรงมดลูกให้คงที่ค่ะ พอเราเลือกกินสูตรที่ฮอร์โมนต่ำลง เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะบางกว่าปกติ ทำให้มีเศษเยื่อบุหลุดลอกออกมาเป็นเลือดกะปริบกะปรอยสีน้ำตาลหรือสีแดงจางๆ ได้ค่ะ

แต่สาว ๆ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ร่างกายของเราเก่งมากค่ะ เขาจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1-3 แผงแรก พอเยื่อบุโพรงมดลูกชินกับระดับฮอร์โมนใหม่ เลือดกะปริบกะปรอยก็จะค่อยๆ หายไปเองค่ะ


ตารางเช็กอาการ: เลือดออกกะปริบกะปรอยแบบไหนปกติ VS ต้องไปหาหมอ

เพื่อความสบายใจ ซิสทำตารางมาให้สาว ๆ เช็กอาการตัวเองเบื้องต้นค่ะ ว่าแบบไหนไปต่อได้ แบบไหนควรหยุดยาแล้วไปพบแพทย์

ลักษณะอาการเลือดออกกะปริบกะปรอย “แบบปกติ”เลือดออกผิดปกติ “ควรพบแพทย์”
ปริมาณเลือดออกนิดเดียว แค่เปื้อนกางเกงใน หรือใช้แค่แผ่นอนามัยบางๆเลือดออกเยอะมาก ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง
ระยะเวลามักเป็นช่วง 1-3 แผงแรก แล้วจะค่อยๆ น้อยลงและหายไปเลือดออกติดต่อนานเกิน 14 วัน หรือแผงที่ 4 แล้วยังออกอยู่
อาการร่วมไม่มีอาการปวดท้อง หรืออาจมีปวดท้องน้อยนิดหน่อยคล้ายเมนส์มาปวดท้องน้อยรุนแรง มีไข้สูง หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น
วิธีรับมือกินยาคุมต่อให้หมดแผง ห้ามหยุดกลางคันรีบไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อตรวจหาสาเหตุ
ตารางเช็กอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยจากการกินยาคุม เปรียบเทียบอาการแบบปกติกับการเลือดออกผิดปกติที่ควรพบแพทย์

4 วิธีดูแลตัวเอง เลือดออกกะปริบกะปรอย กินยาคุมยังไงให้รอด!

ถ้ากำลังเจอปัญหานี้อยู่ ซิสมีทริคการดูแลตัวเองมาฝากค่ะ รับรองว่าช่วยให้ผ่านช่วงปรับตัวไปได้แบบชิลๆ:

  1. กินยาคุมให้ตรงเวลา: ยาคุมฮอร์โมนต่ำจะเซนซิทีฟเรื่องเวลามากค่ะ แนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เลยค่ะ
  2. ห้ามหยุดยากลางคันเด็ดขาด: ถึงแม้จะมีเลือดออก ก็ต้องกินยาเม็ดต่อไปตามปกติจนหมดแผงนะคะ ถ้าหยุดยากลางคัน ฮอร์โมนจะยิ่งแปรปรวนและทำให้เลือดออกหนักกว่าเดิมค่ะ
  3. พกแผ่นอนามัยติดกระเป๋า: ในช่วง 1-2 เดือนแรกที่เริ่มกินยา ซิสแนะนำให้ใส่แผ่นอนามัยแผ่นบางๆ ไว้เพื่อกันเปื้อนและลดความกังวลระหว่างวันค่ะ
  4. ปรึกษาเภสัชกรเพื่อปรับสูตรยา: ถ้ากินครบ 3 แผงแล้วเลือดยังออกกะปริบกะปรอยไม่หยุด อาจแปลว่าฮอร์โมนสูตรนี้ต่ำเกินไปสำหรับเรา ให้ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเปลี่ยนไปกินสูตรที่ฮอร์โมนสูงขึ้นเล็กน้อยค่ะ

แนะนำ 3 แบรนด์ยาคุมฮอร์โมนต่ำ (Low Dose)

สำหรับสาว ๆ ที่อยากได้ลิสต์ยาคุมฮอร์โมนต่ำเพื่อไปปรึกษาเภสัชกร ซิสคัดมาให้ 3 แบรนด์ยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องผลข้างเคียงน้อยค่ะ:

  • Synfonia (ซินโฟเนีย)
    • ตัวยาสำคัญ: Drospirenone (ดรอสไพรีโนน) 3 mg + Ethinylestradiol (เอทินิลเอสตร้าไดออล) 0.02 mg
    • ประเทศผู้ผลิต: ประเทศสเปน (Spain)
    • จุดเด่น: เป็นยาคุมฮอร์โมนต่ำ (Low Dose) แบบ 24+4 เม็ด ที่เด่นเรื่องการปรับสมดุลฮอร์โมนให้นิ่ง ช่วยลดผลข้างเคียงอย่างอาการคลื่นไส้ บวมน้ำ และเรื่องสิวได้ดีมาก เป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมสำหรับคนที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงจากเอสโตรเจนค่ะ
  • Minidoz (มินิดอซ)
    • ตัวยาสำคัญ: Gestodene (เจสโตดีน) 60 mcg + Ethinylestradiol (เอทินิลเอสตร้าไดออล) 15 mcg
    • ประเทศผู้ผลิต: ประเทศสเปน (Spain)
    • จุดเด่น: เป็นสูตรฮอร์โมนต่ำพิเศษ (Ultra Low Dose) แบบ 24+4 เม็ด ปริมาณเอสโตรเจนต่ำที่สุดในกลุ่ม จึงตอบโจทย์คนที่กินยาคุมแล้วชอบปวดหัวหรือคลื่นไส้รุนแรง เหมาะสำหรับสาวๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกินยาคุมแผงแรกสุดๆ ค่ะ
  • Yaz (ยาส)
    • ตัวยาสำคัญ: Drospirenone (ดรอสไพรีโนน) 3 mg + Ethinylestradiol (เอทินิลเอสตร้าไดออล) 0.02 mg
    • ประเทศผู้ผลิต: ประเทศเยอรมนี (Germany)
    • จุดเด่น: มีตัวยาคล้ายกับ Synfonia เป็นฮอร์โมนต่ำแบบ 24+4 เม็ดเช่นกัน โดดเด่นเรื่องการลดสิวอุดตัน ลดหน้ามัน และช่วยบรรเทาอาการเหวี่ยงวีนก่อนมีประจำเดือน (PMS) ได้ดีค่ะ

Q&A: 4 ข้อสงสัยยอดฮิต กินยาคุมฮอร์โมนต่ำ

Q1: ช่วงที่มีเลือดออกกะปริบกะปรอย สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม จะท้องหรือเปล่า?

A: มีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติค่ะ และไม่ท้องแน่นอนหากสาว ๆ กินยาคุมตรงเวลาทุกวัน ไม่ลืมกิน เพราะตัวยายังคงออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ

Q2: ลืมกินยาคุมฮอร์โมนต่ำไป 1 เม็ด จะเป็นอะไรไหม?

A: ยาคุมฮอร์โมนต่ำค่อนข้างไวค่ะ ถ้าลืมกิน 1 เม็ด วันรุ่งขึ้นมีโอกาสสูงมากที่จะมีเลือดออกกะปริบกะปรอย วิธีแก้คือให้รีบกินเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดของวันนั้นตามเวลาเดิมปกติค่ะ

Q3: กินยาคุมฮอร์โมนต่ำแล้วประจำเดือนไม่มาเลย ผิดปกติไหม?

A: ไม่ผิดปกติค่ะ เนื่องจากยาคุมกลุ่มนี้ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบาง จนบางเดือนอาจจะไม่มีเลือดประจำเดือนลอกตัวออกมาเลยในช่วงที่กินเม็ดแป้ง (หรือช่วงเว้น 7 วัน) ซึ่งไม่อันตรายและไม่ใช่เลือดเสียสะสมค่ะ

Q4: เลือดออกกะปริบกะปรอย กับ เลือดล้างหน้าเด็ก สังเกตต่างกันยังไง?

A: เลือดจากยาคุมมักจะมากะปริบกะปรอยในช่วงที่กำลังกินเม็ดฮอร์โมนอยู่ค่ะ ส่วนเลือดล้างหน้าเด็กมักจะมาแค่ 1-2 วัน เป็นหยดสีชมพูจางๆ และเกิดหลังจากการปฏิสนธิ หากกินยาคุมอย่างถูกต้อง โอกาสเกิดเลือดล้างหน้าเด็กแทบจะไม่มีเลยค่ะ

ข้อมูลนี้เป็นการให้ความรู้และคำแนะนำเบื้องต้น หากสาว ๆ มีโรคประจำตัว หรือกินยาคุมแล้วมีอาการผิดปกติที่รุนแรง ซิสแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรใกล้บ้านเพื่อความปลอดภัยที่สุดนะคะ


หากสาวๆ ยังมีความสงสัย อยากเลือกสูตรยาคุมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์  สามารถเข้ามาปรึกษาเภสัชกรที่ PHARMASIS – ร้านยาที่เข้าใจผู้หญิง ได้นะคะ 

ค้นหา PHARMASIS – ร้านยาที่เข้าใจผู้หญิงใกล้บ้าน คลิกที่นี่


ข้อมูลอ้างอิง:

Scroll to Top