สาวๆ หลายคนคงคุ้นเคยกับอาการปวดท้องประจำเดือนกันดีอยู่แล้ว บางคนอาจปวดน้อยๆ หายเองได้ แต่บางคนปวดมาก จนกระทบชีวิตประจำวัน ทำงาน เรียน หรือใช้ชีวิตได้ลำบาก ยิ่งถ้าอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังเกิดปัญหาสุขภาพขึ้น!
บทความนี้จะพาคุณสาวๆ ไปเจาะลึกเรื่องปวดท้องประจำเดือนแบบผิดปกติ ไขข้อสงสัยว่าอาการแบบไหนควรระวัง พร้อมวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ทำความรู้จักกับ “อาการปวดท้องประจำเดือน”
อาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวของมดลูก เพื่อขับเลือดประจำเดือนออกมา สารที่ทำให้เกิดการบีบตัวนี้ เรียกว่า พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ยิ่งมีพรอสตาแกลนดินมาก ก็ยิ่งทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้น ส่งผลให้ปวดท้องมากขึ้น
อาการปวดท้องประจำเดือนโดยทั่วไป มักมีลักษณะดังนี้
- ปวดบริเวณท้องน้อย อาจลามไปหลัง ต้นขา หรือก้นกบ
- ลักษณะการปวด เป็นแบบบีบรัด ตื้อๆ หรือเสียดแทง
- ช่วงเวลาที่ปวด ก่อนมีประจำเดือน หรือระหว่างมีประจำเดือน โดยเฉพาะ 1-2 วันแรก
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
- ประคบร้อน บริเวณท้องน้อย
- รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน
- ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน โยคะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- จัดการความเครียด
- ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนต่ำ แบบ 24+4
นอกจากยาคุมจะช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้แล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพของผู้หญิงในด้านอื่น ๆ ด้วยนะ อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ ‘6 ประโยชน์ของยาคุมกำเนิด ที่ผู้หญิงควรรู้!’

ปวดท้องประจำเดือนที่เกิดจากความผิดปกติ
- ปวดรุนแรงกว่าปกติ รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน
- ปวดท้องน้อยแบบรุนแรง แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน
- ปวดข้างเดียว หรือปวดทั้งสองข้าง
- มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เลือดออกมากผิดปกติ ตกขาว ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์
ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับสาวๆ ทุกคน บางคนอาจมีอาการมาตั้งแต่มีรอบเดือนครั้งแรกๆ หรือบางคนอาจพึ่งมาปวดในช่วงอายุที่มากขึ้นแล้ว นอกจากนี้อาจมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย
สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือนผิดปกติ
- โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูก ไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก เช่น ที่รังไข่ ท่อนำไข่ กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ ฯลฯ เมื่อมีประจำเดือน เนื้อเยื่อเหล่านี้ก็มีเลือดออก ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดท้องรุนแรง และเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้
ใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ กดอ่านตรงนี้ได้เลยนะ ‘โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อันตรายใกล้ตวผู้หญิง’
- เนื้องอกมดลูก (Uterine fibroids) เป็นเนื้องอกที่เกิดขึ้นในมดลูก มักไม่ใช่มะเร็ง แต่หากมีขนาดใหญ่ อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน เลือดออกมาก และกดเบียดอวัยวะข้างเคียงได้
- พังผืดในอุ้งเชิงกราน (Pelvic inflammatory disease) เกิดจากการติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ และมีไข้ได้
- โรคอื่นๆ เช่น ซีสต์รังไข่ มะเร็งรังไข่ ฯลฯ
หากสาวๆ มีอาการปวดท้องประจำเดือนผิดปกติ ดังที่กล่าวมา ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง
และหากสาวๆ คนไหนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุมกำเนิด สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนและการคุมกำเนิดได้ที่.. ‘PHARMASIS’ ร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิง ตามร้านขายยาที่อยู่ใกล้บ้านของทุกคนได้เลยค่ะ
ค้นหาร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิงใกล้บ้านได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ คลิก