“ไม่ยอมแพ้” อาจจะเป็นหนึ่งในคำที่คุณมักจะได้ยินอยู่เสมอ ใคร ๆ ก็รู้ว่าการพูดน่ะมันง่ายกว่าการลงมือทำจริง นี่คือเรื่องราวของเซเลบที่ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค ถ้าคุณคิดว่าการประสบความสำเร็จมันเป็นแค่โชค โปรดอ่าน!

1. เจ. เค. โรว์ลิ่ง

เบื้องหลังหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ก่อนที่จะถูกตีพิมพ์และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ใครจะรู้ว่า เจ. เค. โรว์ลิ่ง เคยตกอยู่ในสภาวะปัญหารุมเร้าทุกทาง เธอเป็นนักเขียนไส้แห้งเต็มตัวตั้งแต่หย่าขาดกับสามี อย่าว่าแต่เงินที่จะซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ต้นฉบับเลย เงินที่จะเลี้ยงดูลูกให้อิ่มท้องในแต่ละวันยังไม่มี  เธอตัดสินใจเขียนต้นฉบับด้วยลายมือ และส่งมันไปยังสำนักพิมพ์ต่าง ๆ  ไม่แปลกเลยที่จะถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งลูกสาว CEO สำนักพิมพ์ Bloomsbury หยิบต้นฉบับมาอ่านแล้วชอบ ทางสำนักพิมพ์จึงให้โอกาสตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้

 

2. สตีเฟน คิง

สตีเฟน คิงเคยถังแตก ต้องอาศัยนอนในรถบ้านกับภรรยานักเขียน ยากจนมากถึงขนาดที่ต้องไปยืมเสื้อผ้าใครสักคนมาใส่แต่งงาน และต้องขายโทรศัพท์ทิ้งเพราะมันราคาแพงเกินไป คิงโดนปฏิเสธงานเขียนมาไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะเขียน จนในที่สุดหลังจากที่ได้ตีพิมพ์งานชิ้นเล็ก ๆ ประปราย เขาก็ได้พบกับสำนักพิมพ์ Signet Books ที่ให้โอกาสและความสำเร็จกับเขาอย่างล้นหลาม

 

3. จิม แคร์รีย์

ตอนจิม แคร์รีย์ 10 ขวบ เขาต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมงหลังเลิกเรียนที่โรงงาน เพื่อช่วยพยุงฐานะทางบ้าน ตอนอายุ 14 ปี พ่อของจิมตกงาน ทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด จนพวกเขาต้องย้ายไปอยู่ในรถตู้ ที่จอดตรงสวนหน้าบ้านญาติ จิมฝันอยากจะเป็นนักแสดงตลกมาโดยตลอด เขาจึงตัดสินใจส่งเรซูเม่ไปที่ The Carroll Burnett Show และเริ่มต้นอาชีพเดี่ยวไมโครโฟน จนสร้างชื่อเสียงและเงินทองให้ตัวเองและครอบครัวนับตั้งแต่นั้นมา

 

4. ไทเลอร์ เพอร์รี่

ไทเลอร์มีชีวิตวัยเด็กที่หดหู่ โตมากับการโดนทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขืน ถูกไล่ออกจากโรงเรียน และพยายามฆ่าตัวตายถึงสองครั้ง เมื่ออายุ 23 ปี เขาย้ายไปอยู่แอตแลนต้า เริ่มงานแสดงบนเวทีและสร้างละครเวทีของเขาเองโดยใช้เงินเก็บสะสมทั้งหมด ซึ่งมันก็พังไม่เป็นท่า แต่เขาไม่ยอมแพ้ พยายามหางานอื่นทำควบคู่ไปกับการทำละครเวที หกปีให้หลังหนึ่งในรอบการแสดงของไทเลอร์ดังเป็นพลุแตก เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียนบท ผู้กำกับ และนักแสดงมาจนถึงทุกวันนี้

 

5. ซาราห์ เจสสิก้า พาร์กเกอร์

ซาราห์เป็นลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัว เกิดในชนบทที่ทำเหมืองเล็ก ๆ ในรัฐโอไฮโอ พ่อแม่ของเธอหย่ากันตอนเธออายุ 2 ขวบ แม่แต่งงานใหม่ทันทีพร้อมกับมีลูกกับพ่อเลี้ยงอีก 4 คน พ่อเลี้ยงเป็นคนขับรถบรรทุก ส่วนแม่เป็นครู เธอเริ่มทำงานด้านการร้องและเต้นตั้งแต่อายุน้อยเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัวใหญ่ ตอนเธออายุครบ 11 ปี ครอบครัวได้เดินทางไปนิวยอร์ค เพื่อให้เธอออดิชั่นละครบรอดเวย์ และได้เริ่มต้นอาชีพเป็นนักแสดงนำเรื่อง Sex and the City

 

6. พันเอกฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอร์ส

กว่าจะมาเป็นไก่ KFC รสเลิศ ผู้พันแซนเดอร์สเริ่มต้นจากการปรุงรสไก่ทอดและทำขายเองในปั๊มแก๊ส หลังจากสั่งสมประสบการณ์ ผู้พันก็ได้สร้างสูตรลับและย้ายที่พักเพื่อไปขายไก่ทอดในที่ที่คนรู้จักมากขึ้น จนกระทั่งมีการรื้อถอนก่อสร้างถนนสายหลักทำให้ผู้พันจำใจต้องปิดกิจการ ถังแตก ต้องเร่ร่อนไปหางานตามร้านแฟรนไชส์และถูกร้านเหล่านั้นปฏิเสธไก่ทอดของเขาพันกว่าร้าน จนฟ้าเป็นใจ ให้ผู้พันได้พบกับพาร์ทเนอร์เจ้าแรกที่ยอมรับไก่ทอดผู้พัน

 

7. ชาเนีย ทเวน

ชาเนียไม่ได้ร้องเพลงเพราะความฝัน แต่เริ่มต้นจากความจำเป็น พ่อแม่ของเธอหย่ากันตั้งแต่เธออายุ 2 ขวบ แม่แต่งงานใหม่ พ่อเลี้ยงมีรายได้ไม่มากพอจะค้ำจุนครอบครัว เธอร้องเพลงตามบาร์หาเงินตั้งแต่ 8 ขวบ น่าเศร้าที่พ่อเลี้ยงและแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัตเหตุทางรถยนต์เมื่อเธออายุ 21 ปี ทำให้เธอต้องหยุดสิ่งที่เธอทำทั้งหมดเพื่อดูแลน้องทั้ง 3 คน จนเรียนจบและโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ เธอจึงหวนกลับไปร้องเพลงและเริ่มสายอาชีพตามที่เธอฝันไว้ต่ออีกครั้ง

 

8. เอมิลี่ บลันท์

ก่อนที่เอมิลี่จะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ตอนเธออายุ 7 ขวบ พบว่าเธอมีปัญหากับการพูดติดอ่างขั้นรุนแรง เธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เธอมีเรื่องอยากจะพูดเยอะแยะไปหมด แต่ไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก แต่การติดอ่างขั้นรุนแรงนั้นก็บรรเทาลงเมื่อครูประจำชั้นผลักดันให้เธอได้ร่วมในการแสดงของโรงเรียน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่ครูก็ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ และช่วยให้เธอก้าวข้ามการพูดติดอ่างของเธอได้

 

9. โอปราห์ วินฟรีย์

โอปราห์ วินฟรีย์ต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่แสนทรมานตั้งแต่เด็ก ถูกวิจารณ์เรื่องรูปร่าง น้ำหนัก เหยียดผิว ไปจนถึงตกเป็นเหยื่อข่มขืนจากน้า ลุง และเพื่อนผู้ชาย จนท้องตอนอายุเพียง 14 ปี แต่เด็กที่คลอดออกมาก็เสียชีวิตใน 2 สัปดาห์ให้หลัง โอปราห์ไม่ยอมให้ชีวิตแย่ ๆ มาเป็นอุปสรรค เธอกลับไปเรียนต่อจนจบชั้นมัธยมด้วยเกียรตินิยม ต่อด้วยการเป็นนักเรียนทุนเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ทำงานหนักในฐานะผู้ประกาศข่าว และประสบความสำเร็จในฐานะซูเปอร์สตาร์ที่ทั่วโลกรู้จักพร้อมกับรายการทีวีของเธอเอง

 

ขอบคุณที่มารูปภาพและเนื้อหาจาก: TheMuse

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: www.facebook.com/NeverSurrenderThailand

(Visited 104 times, 1 visits today)