รู้ไหมว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนหรือคู่รักนั้นเป็นสิ่งที่ ” ยูนีค ” หรือเป็นเอกลักษณ์สุดๆ เพราะความรักเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ละคนก็มีประสบการณ์ในรักแตกต่างกันไป

เธออาจจะเคยเจอรูปแบบความสัมพันธ์มากมายในชีวิต แต่ละคู่ก็มีหลายอย่าง ทั้งรักกันแทบจะกลืนกิน รักแบบไม่แสดงออก รักข้างเดียว รักเงียบๆ แต่งงานแล้วหย่า โอ๊ย! มีมากมายหลายรูปแบบนับไม่หวาดไม่ไหว

ความสัมพันธ์ก็เหมือนชีวิตนั่นแหละ มีระยะที่ต้องก้าวเดินไปตามขั้นตอน อาจจะเริ่มต้นจากความหลงใหล แต่หลังจากนั้นก็เริ่มแตกแขนงไปเรื่อยๆ แต่ละระยะก็เหมือนบททดสอบว่าเธอกับแฟนจะจูงมือกันเดินไปได้ไกลแค่ไหน จะไปถึงโค้งสุดท้ายหรือต้องจบลงกลางทาง TT

ถ้าเธอกับแฟนเพิ่งตกลงคบกัน ลองอ่านบทความ  9 ระยะความสัมพันธ์ที่คู่รักทุกคู่ต้องเจอ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทำให้เธอเข้าใจชีวิตรัก ( ในอนาคต ) ของตัวเองมากขึ้นค่ะ เริ่มเลย!

 

ระยะที่ 1 ความหลงใหล

 

 

ระยะนี้เป็นระยะแรกของความสัมพันธ์ทุกคู่ ความรักมักเกิดจาก ” ความประทับใจสุดๆ ” และ ” แรงกระตุ้นที่ควบคุมไม่ได้ ” ที่อยากจะอยู่ด้วยกันทั้งเธอและเขา มีแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่เห็นว่า คนนี้ต้องเป็นแฟนของฉันให้ได้! อาจเป็นรูปร่างหน้าตา นิสัย กิริยามารยาท หรืออาจเป็นเคมีบางอย่างที่เห็นแล้วปิ๊ง! เลยก็เป็นได้<br><br>ในระยะนี้ จะมีแค่ความชอบและหลงใหล เธอทั้งคู่จะมองแต่ข้อดีของกันและกันเท่านั้น หรือมองแต่ ” เปลือก ” นั่นแหละ

 

ระยะที่ 2 ความเข้าใจ

 

 

ในระยะนี้ เธอกับแฟนจะเริ่มทำความรู้จัก ” ตัวตน ” ของอีกฝ่ายรอบด้านมากขึ้น จะไม่ใช่แค่ผลัดกันจ้องตาแล้วหันกลับมาหน้าแดงให้เพื่อนล้ออีกแล้ว เพราะมันคือการเริ่มต้นของการ ” คบหาดูใจ ” กันสักที โมเมนต์คุยกับแฟนทั้งคืนจนสายโทรศัพท์ไหม้ เน็ตตัด แบตหมดกลายเป็นเรื่องปกติ

ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องส่วนตัวให้กันและกันฟัง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชิวิตถูกถ่ายทอดให้ได้รับรู้ ไม่ว่าจะเรื่องอดีตในวัยเยาว์ เรื่องส่วนตัวอย่างครอบครัว แฟนเก่า ความชอบไม่ชอบ รสนิยมส่วนตัวทั้งหลายแหล่ ( หรือบางคู่ก็อาจเล่าความลับที่ไม่เคยบอกคนอื่นให้ฟัง ) ชีวิตช่วงนี้สวยงาม อ่อนหวานและโรแมนติกสุดๆ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ได้อีก

 

ระยะที่ 3 ความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง

 

 

ระยะนี้จะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลา ” จู๋จี๋ ” แฮปปี้ดี๊ด๊าประมาณ 2-3 เดือน จากความหวานชื่น ฝ่ายหนึ่งพูดอะไร อีกฝ่ายก็เออออห่อหมก คล้อยตามไปซะหมดนั้น จะเริ่มตาสว่าง เอ๊ย! เริ่มมองเห็นความจริงในตัวอีกฝ่ายมากขึ้น เริ่มมีการไม่เห็นด้วย ขัดคอ

เธอจะเริ่มถกเถียง โต้แย้งกับอีกฝ่ายครั้งแรกก็ในระยะนี้แหละ แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่าจะเอามาเป็นประเด็นได้อย่าง ” วันนี้กินอะไรดี “, ” ทำไมวันนี้ตัวไม่โทรปลุกเค้าล่ะ ” ก็จะกลายเป็นหัวข้อทะเลาะได้เสียอย่างนั้น

 

ระยะที่ 4 ตั้งความเห็น / ความคาดหวังจากฝ่ายตรงข้าม

 

 

ในระยะนี้ เธอทั้งคู่จะเริ่ม ” ตั้งข้อวิจารณ์ ” เกี่ยวกับฝ่ายตรงข้าม เช่น เขาเป็นคนนิสัยยังไง ฐานะแบบไหน เรียนเก่งหรือไม่ ฉลาดหรือเปล่า ( แบบที่ไม่หลับหูหลับตาอวย ) เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายเดือน เธอกับแฟนจะรู้ว่าสามารถ ” คาดหวัง ” อะไรจากอีกฝ่ายได้บ้าง เธอจะสงสัยว่าอีกฝ่ายจะมีข้อผูกมัดอะไรในความสัมพันธ์ครั้งนี้

เมื่อความคาดหวังจากตัวอีกฝ่ายเริ่มไม่เป็นอย่างที่ฝัน บางคู่จะเกิดอาการผิดหวังและเลิกรา แต่ถ้ายังไปด้วยกันได้ดีอยู่ก็จะมีความสุขสุดๆ แต่บางคู่ก็ดีกว่าที่คิด และแย่กว่าที่คิดในเวลาเดียวกัน เช่น เธอไม่คิดว่าเขาจะทำเซอร์ไพรส์ในวันเกิด แต่เขาทำ และเธอก็ไม่คิดว่าเขาจะมารับเธอช้า แต่เขามาช้าเพราะลืม เป็นต้น

แหม มนุษย์ทุกคนก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครดีพร้อม 100% หรอกน่า

 

ระยะที่ 5 ” ปั้น ” ให้อีกฝ่ายเป็นคู่รักในฝัน

 

 

ทุกคนต้องมี ” สเป็ค ” ของแฟนในฝันอยู่แล้ว ( แม้สาวๆ บางคนจะยืนยันว่าตัวเองไม่มีสเป็ค แต่คบกันที่นิสัย เราเชื่อว่าแฟนของเธอต้องมีอะไรที่สะดุดใจเธอสักอย่างหนึ่งอยู่ดีนั่นแหละ ) แฟนที่เธอคบอยู่ต้องมีลักษณะของสเป็คอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตัดสินใจคบ จริงไหม

ในระยะนี้เธอจะพยายามอย่างหนักเพื่อ ” สร้าง / ปั้น ” อีกฝ่ายให้เป็นคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการรับและให้หรือ ” give and take ” เพราะตามหลักความจริงแล้ว เราให้อะไรใคร เราก็อยากได้สิ่งนั้นกลับคืนมาเหมือนกัน บางคู่ก็พยายามถึงขั้นปรับเปลี่ยนบุคลิกและนิสัยของอีกฝ่ายเพื่อให้เป็นอย่างที่ตัวเองชอบเลยทีเดียว ( หลายคนเลิกกันก็เพราะแบบนี้แหละ -.- )

ถ้าหนุ่มคนนั้นเป็นคนหัวอ่อนและรักเธอจริงๆ เขาอาจจะยอมเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ของตัวเอง แต่ถ้าเขาเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้นไม่ฟังใคร ฝ่ายเธอก็อยากจะครอบงำ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันแบบนี้ คงจบลงด้วยการเลิกราอย่างแน่แท้ – –

 

ระยะที่ 6 ความสุข

 

 

คู่รักหลายคู่จับมือกันเดินมาไม่ถึงจุดจุดนี้ เพราะพ่ายแพ้ให้กับระยะ ” ปั้นให้เป็นคู่รักในฝัน ” เสียก่อน ระยะนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเธอทั้งคู่ประนีประนอม ยอมถอยให้กันคนละก้าว ค่อยๆ ปรับและเปลี่ยนนิสัยให้พอดีกัน เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ชีวิตคู่เดินทางมาได้อย่างดีและมีความสุข

ในระยะนี้เธอสองคนจะรู้สึกว่า ตัวเองเหมาะสมกับอีกฝ่ายเหมือนกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว! ตอนนี้แหละที่มีการวางแผนถึงงานหมั้นหรืองานแต่งงาน เพราะรักกันสุดๆ ขาดเธอเหมือนขาดใจ ต้องจริงจังกับความรักครั้งนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ

 

ระยะที่ 7 ความสงสัย / ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์

 

 

ระยะนี้จะมาถึงเมื่อเธอคบกับแฟนมานานมากแล้ว บางคู่อาจคบกันหลายปี เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันและกันไปแล้ว จะว่าความหวานเริ่มจืดจาง คบๆ กันเหมือนเพื่อนสนิทก็ว่าได้ บางครั้งก็เย็นชาซะจนเริ่มเกิดความสงสัยว่า ” เราจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตได้จริงๆ เหรอ ”

ยิ่งถ้าอีกฝ่ายเริ่มห่างหายไปเพราะภาระหน้าที่ทางการงาน หรือไม่ทำอะไรที่เคยทำช่วงจีบใหม่ๆ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเบื่อ ถึงขั้นอยากเลิกได้เลยทีเดียว เธอจะนึกย้อนกลับไปถึงความหลังครั้งเก่า ถ้าเธอไม่มีความสุขเหมือนในอดีต เธอจะเริ่มหาเรื่องทะเลาะกับแฟนค่ะ

เธอจะเริ่มเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของตัวเองกับคู่รักคู่อื่นๆ ชายหนุ่มของเธออาจจะถูกจับมากอดเข่าคุยกันว่า ” รักครั้งนี้จะไปรอดไหม ” ต้องอาศัยความเชื่อใจ ความอดทนและความซื่อสัตย์ และที่สำคัญที่สุดคือ ” ความรัก ” เพื่อผ่านพ้นระยะนี้ไปได้ เพราะถ้าเธอและเขาเห็นตรงกันว่าชีวิตคู่เริ่มน่าเบื่อ มีเปอร์เซนต์เลิกกันสูงมากค่ะ

 

ระยะที่ 8 ความสงสัยทางเพศ / เรื่องบนเตียง

 

 

ระยะนี้เป็นระยะที่แต่งงานแล้ว จึงขยับความสัมพันธ์เข้ามาอีกขั้น ไม่ใช่แค่เรื่องทางจิตใจแล้ว แต่มีเรื่องของร่างกายด้วย นั่นคือเรื่องทางเพศนั่นเอง!

หลายๆ คู่พบว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมแบบรุนแรงหรือ ” ซาดิสต์ ” กับเรื่องพวกนี้จนตัวเองรับไม่ได้ ต้องเลิกรากันไปก็มี ดังนั้นก่อนเข้าสู่พิธีแต่งงาน ขอให้คุยกับคู่ของตัวเองอย่างจริงจังว่า แต่ละฝ่ายมีรสนิยม ความชอบเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แค่ไหน แฟนของเธอมีจินตนาการสุดกู่ที่รับไม่ได้หรือเปล่า จะได้หาทางออกทัน เพราะหากไปรู้ทีหลังและเธอไม่ยอม เขาอาจเบื่อและไปมีคนอื่นได้ค่ะ

ในทางกลับกัน ถ้าเธอมีวิธีที่จะช่วยประคับประคองให้เรื่องทางเพศคลิกกันได้ ชีวิตคู่ก็จะไปได้อย่างยืนยาวนะคะ

 

ระยะที่ 9 ความเชื่อใจ

 

 

มาถึงระยะสุดท้ายแล้ว! ระยะนี้มักเกิดขึ้นกับคู่รักที่แต่งงานกันมาครึ่งค่อนชีวิต เป็นส่วนหนึ่งและจิตวิญญาณของกันและกันไปแล้ว เพราะเธอทั้งคู่รักกันจนหมดข้อสงสัย ฝ่ายไหนพูดอะไร อีกฝ่ายก็พร้อมเชื่ออย่างสุดหัวใจ แต่บางครั้งความเชื่อใจที่มากเกินไป อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา กรณีร้ายสุดคือถูกมองว่าไม่มีคุณค่าใดๆ ก็เป็นได้

ในระยะนี้ เธอทั้งคู่จะรู้แล้วว่าทิศทางของความสัมพันธ์จะดำเนินไปทางไหน เธอและแฟนมีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน แค่มองตาก็รู้ใจ แค่อีกฝ่ายขยับตัวก็รู้แล้วว่าคิดจะไปไหน ทำอะไร ( นี่แฟนหรือผีชัตเตอร์ -.- )

ข้อควรระวังในระยะนี้มีอย่างเดียว อย่าให้ความรักบริสุทธิ์ที่เรามีให้ กลายเป็นของไร้ค่าเด็ดขาด! ต้องคอยหมั่นเติมคุณค่าให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ อย่าทำให้ตัวเองกลายเป็น ” ของตาย ” ค่ะ

================================

เป็นอย่างไรบ้างคะสาวๆ ซิสต้าทุกคน ตอนนี้เธอกับแฟนอยู่ที่ระดับไหนแล้วเอ่ย ( ยังไม่น่ามีใครถึงระยะที่ 9 นะ ) เธอจะเห็นว่า ความรักมักเริ่มจากความชอบก่อนเสมอ แต่จะมาถึงจุดสุดท้ายได้นั้นไม่สามารถใช้ได้แค่ ” เคมีตรงกัน ” อีกแล้ว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ อดทน ซื่อสัตย์และรักในกันและกันอย่างมาก ไม่อย่างนั้นก็จบลงด้วยการเลิกราอยู่ดี

หากเธอมีผู้ชายที่ดีในดวงใจ และตอนนี้เขาก็อยู่ข้างๆ เธอแล้ว พยายามประคับประคองและรักษาความสัมพันธ์ให้ยาวนาน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน อย่าหาเรื่องทะเลาะในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เชื่อใจและอดทน รักเดียวใจเดียว มีปัญหาก็คอยช่วยเหลือ ดูแลกันเหมือนเพื่อนสนิทที่อยากอยู่ด้วยกันไปจนถึงวันสุดท้าย เท่านี้เธอทั้งคู่ก็มีความสุขแล้ว

เป็นกำลังใจให้คู่รักซิสต้าทุกคู่มีรักที่อบอุ่นจนถึงวันแต่งงาน ( และตลอดไป )นะคะ ^^

================================

 

ขอบคุณที่มารูปภาพและเนื้อหาจาก: Sistacafe

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: www.facebook.com/NeverSurrenderThailand

 

 

 

 

(Visited 1,158 times, 1 visits today)