หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานกันไปหมาดๆ อยู่ในอารมณ์ข้าวใหม่ปลามันกันทั้งคู่  ซึ่งนั่นก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีเพศสัมพันธ์จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมของคู่รักทุกคู่ แต่คุณสาวๆ รู้กันหรือไม่ว่าช่วงนี้นี่แหละ สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เราเป็นโรคฮันนีมูนได้

 

โรคฮันนีมูนคืออะไร?

โรคฮันนีมูน (Honeymoon disease) เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในเพศหญิงที่มีการอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะ (Urethritis) หรือช่องคลอด (Vaginitis) หรือกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis) หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดอาการแสบหรือเจ็บบริเวณท่อปัสสาวะในขณะถ่ายปัสสาวะ บางคนอาจถึงขั้นติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้ามีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลังการมีเพศสัมพันธ์ ก็จะเรียกว่า โรคฮันนีมูน ซิสไตติส (Honeymoon Cystitis) ซึ่งที่มาของชื่อโรคฮันนีมูนมาจาก ในสมัยโบราณ การมีเพศสัมพันธ์จะเกิดได้ต้องหลังแต่งงานเท่านั้น และมักเกิดในช่วงที่มีเพศสัมพันธ์หลายๆ ครั้ง ในระยะเวลาอันสั้น ก็คือช่วงที่ฮันนีมูน จึงเรียกกันว่า “โรคฮันนีมูน”

 

 

สัญญาณอันตรายที่ต้องสังเกต

– ขณะถ่ายปัสสาวะ มีอาการแสบบริเวณปลายท่อปัสสาวะ หรือบริเวณปากช่องคลอด

– ถ้ามีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วมด้วย ก็จะมีอาการปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวัน กลางคืน ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะขัด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะแล้วรู้สึกว่าไม่สุดต้องไปปัสสาวะอีกแม้เพิ่งปัสสาวะเสร็จ

– บางคนอาจจะมีอาการปวด หรือแสบบริเวณท้องน้อยร่วมด้วยทั้งตอนปวดและไม่ปวดปัสสาวะ

 

การรักษา

– หากเริ่มมีอาการดังที่กล่าวมา เบื้องต้นควรจะพักกิจกรรมทางเพศไว้ก่อน หมั่นดื่มน้ำมากๆ เพื่อระบายเชื้อโรคบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะออก

– ถ้ามีอาการมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ซึ่งมักจะต้องกรวดน้ำปัสสาวะ และอาจจะเพาะเชื้อน้ำปัสสาวะ ซึ่งถ้าพบว่าผิดปกติก็ต้องกินยาปฏิชีวนะ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

การป้องกัน

– ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

– ดูแลความสะอาดบริเวณปลายท่อปัสสาวะและอวัยวะเพศ

– มีกิจกรรมทางเพศอยู่ในความเหมาะสม โดยหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ควรไปปัสสาวะและทำความสะอาดบริเวณท่อปัสสาวะ รวมถึงอวัยวะเพศ

– ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานเกินไป

 

ถ้าไม่อยากต้องทุกข์ทรมานเพราะโรคฮันนีมูนนี้ สามารถป้องกันได้ตามคำแนะนำเบื้องต้น และที่สำคัญควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างทันท่วงทีนะคะ

 

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: www.facebook.com/NeverSurrenderThailand

(Visited 784 times, 1 visits today)