สาวๆ หลายคนคงมีปัญหาเรื่องการปวดท้องน้อยอยู่เป็นประจำ บางคนถึงขึ้นกับหวาดวิตกว่าจะเป็นโรคมะเร็งหรือเปล่า เพราะโรคมะเร็งเป็นโรคที่ใครๆ แค่ได้ยินชื่อก็รับไม่ได้แล้ว เราจึงพาสาวๆ ไปหาวิธีป้องกันโรงมะเร็งปากมดลูกกันค่ะ

 

1. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

เนื่องจากมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV จึงมีความเป็นไปได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ระวัง มีความปลอดภัยต่ำ จะเป็นสาเหตุทำให้ติดเชื้อได้ จึงเป็นที่มาว่าหากยังมีอายุน้อย อาจยังมีความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ด้วยความปลอดภัยน้อยกว่าคนที่โตแล้ว ทั้งเรื่องของความสะอาด การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี หรือแม้กระทั่งการเลือกคู่นอน

 

2. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอน

ทั้งเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ มีโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกได้จากการเปลี่ยนคู่นอนสูงมาก โดยเฉพาะการใช้บริการทางเพศ และไม่มีการป้องกัน เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัย เป็นต้น

 

 3. ลดการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ทำลายภูมิต้านทานไวรัสในร่างกาย รวมไปถึงทำลายระบบการทำงานของอวัยวะหลายส่วน ทำให้หลอดเลือดไม่แข็งแรง ทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ จนทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับไวรัสต่างๆ ที่เข้ามาในร่างกายได้ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัส HPV ได้เช่นกัน

 

4. ฉีดวัคซีน HPV

มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่มีวัคซีนป้องกันโรคที่ให้ผลค่อนข้างดี โดยเป็นการฉีด 3 เข็ม เข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ฉีดหลังเข็มแรก 6 เดือน ผู้รับวัคซีนอาจได้รับผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีอาการบวม แดง คันบริเวณที่ฉีด หรืออาจจะปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หรือมีผื่นขึ้นตามตัว แต่อาการจะไม่หนัก และจะค่อยๆ หายไปเอง

 

5. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเชื้อไวรัส HPV จะใช้เวลายาวนาน 10-20 ปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง แต่เพราะระยะเวลาที่ยาวนานจึงอาจทำให้ใครหลายคนละเลย หรือลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกๆ 1-2 ปี หรือ 3-5 ปีสำหรับคนที่มีความเสี่ยงน้อย (มีคู่นอนแค่คนเดียว) นอกจากจะช่วยลดความความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งในส่วนอื่นๆ ใกล้เคียงอีกด้วย เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด ฯลฯ

 

สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกมาจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ถ้าทำตามวิธีที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะลดโอกาสการเกิดโรคได้สูงเลยทีเดียวค่ะ

(Visited 258 times, 1 visits today)