เม็ดตุ่ม หรือ “สิว” (Acne) ที่ขึ้นบนใบหน้า หน้าอก หรือหลังของเรา เราเคยสงสัยกันไหมคะว่ามันเกิดจากอะไร บางทีสิวที่เกิดขึ้นแต่ละแห่ง หรือแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเลย ใหญ่บ้าง เล็กบาง มีหนองบ้าง ซึ่งบางครั้งก็อาจทำเราสับสนได้ ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักสิวแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้นำไปสังเกต และหาทางรักษาที่เหมาะสมกันต่อไป

ประเภทต่างๆ ของสิว

สามารถจำแนกได้ 2 ประการ คือ

1. สิวปกติ ที่เกิดจากการอุดตันของสิวเสี้ยน (Comedone) ในรูขุมขน ได้แก่

1.1 สิวอุดตันหัวเปิด/สิวหัวดำ (Blackheads)

เป็นตุ่มนูน เม็ดเล็กๆ มีรูเปิดออกจนเห็นหัวสิว และมองเห็นจุดสีดำอยู่บริเวณตรงกลาง ซึ่งจุดสีดำเกิดจากน้ำมัน (Sebum) ทำปฏิกิริยาoxidation กับออกซิเจนในอากาศ เปลี่ยนไขมันเป็นสีดำ

1.2 สิวอุดตันหัวปิด/สิวหัวขาว (Whiteheads)

เป็นตุ่มนูน สิวยังไม่มีรูเปิด จึงทำให้ดันผิวจนนูนขึ้นมา เมื่อใช้มือลูบจะรู้สึกเหมือนมีไตก้อนเล็กๆ บีบออกยาก เพราะรากสิงลึก สิวประเภทนี้เมื่อปล่อยไว้นานๆ จะขยายขนาดขึ้น และมีโอกาสกลายเป็นสิวอักเสบได้สูง

1.3 สิวอักเสบ

สิวอักเสบยังสามารถแบ่งได้ 3 ชนิด ดังนี้

  • สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) มีลักษณะตุ่มนูน มีสีแดง มีอาการปวด หรือแสบร่วมด้วย สิวประเภทนี้กลายร่างมาจากสิวอุดตัน โดยเกิดขึ้นจากรุขุมขนอุดตันแล้ว แต่น้ำมันจากต่อมไขยังคงผลิตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สิวอุดตันขยายใหญ่ขึ้น จนทำให้รูขุมขนที่อุดตันนั้นแตก หรือรั่วออก และน้ำมัน เศษซากผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรียP.acne กระจายบริเวณรอบๆ ร่างกายจึงพยายามใช้เม็ดเลือดขาวกำจัดเชื้อแบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอม จนกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา สิวชนิดนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี อาจกลายเป็นสิวหัวหนอง (Pastule) ได้

 

 

  • สิวหัวหนอง (Pustule) บริเวณฐานสิวมีสีแดง แต่หัวสิวมีหนองสีขาวนูนขึ้นมา เป็นสิวที่พัฒนามาจากสิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) ที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

 

 

  • สิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodular Acne) มีลักษณะตุ่มสีแดง ขนาดใหญ่ เป็นไตแข็งๆ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บมาก สิวจะอักเสบนาน เมื่อหายอาจเกิดแผลเป็นได้ เมื่อเป็นควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะไม่สามารถรักษาเองได้ด้วยยาที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป

 

 

  • สิวซีสต์ (Cystic Acne) มีลักษณะตุ่มสีแดง ขนาดใหญ่ เป็นไตแข็งๆ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บมาก และมีถุงซีสต์ขนาดใหญ่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง เกิดจากการอักเสบของสิวที่อยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง จนเกิดหนองขึ้นกลายเป็นก้อนซีสต์ขนาดใหญ่ เมื่อเป็นควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษา

 

1.4 สิวผด

 

คล้ายผดผื่นเล็กๆ และแหลม อาจมีสีแดง พบอาการคัน บางคนอาจอักเสบ หรือไม่อักเสบร่วมก็ได้ พบได้บ่อยบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะหร้าผาก และขมับ ยิ่งช่วงอากาศร้อนสูงสิวจะเห่อมากกว่าปกติ

 

1.5 สิวเสี้ยน

 

มีลักษณะเป็นจุดดำ หรือตุ่มไขมันสีขาว มักพบบริเวณจมูก แก้ม คาง เมื่อกดสิว หรือใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนจะเห็นว่า มีเส้นไขมันสีขาว หรือเม็ดสิวเล็กๆ หลุดออกมา ซึ่งเกิดจากการอุดตันของไขมัน และสิ่งสกปรกในรูขุมขน

2. สิวไม่ปกติ/ สิวประเภทอื่นๆ

 

สิวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน หรือไม่มีการอุดตันของสิ้วเสี้ยนโดยตรง มักเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น สิวแพ้ยา, ผื่นคล้ายสิว, สิวเทียม, สิวผดจากยีสต์ หรือสิวสเตียรอยด์ เป็นต้น

 

ขอบคุณที่มารูปภาพและเนื้อหาจาก: ARINCARE

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: www.facebook.com/NeverSurrenderThailand

(Visited 1,488 times, 1 visits today)